AI กับก้าวต่อไปในอวกาศ

ความลี้ลับแห่งอวกาศและดวงดาวดึงดูดความสนใจใคร่รู้ของมนุษย์เสมอมาทุกยุคทุกสมัย ในยุคโบราณมีการสังเกตและคาดการณ์การเคลื่อนที่ของดวงดาวด้วยตาเปล่า จากนั้นเมื่อกล้องโทรทรรศน์ถูกประดิษฐ์ขึ้นและใช้งานอย่างแพร่หลาย เราก็ได้เรียนรู้เรื่องราวของจักรวาลมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบสุริยะ ดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์ และดาวบริวารต่าง ๆ การค้นพบเหล่านี้ยิ่งกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นและความทะเยอทะยานของมนุษย์ไปถึงขั้นที่ต้องการออกไปสำรวจอวกาศด้วยตัวเอง

การแข่งขันด้านอวกาศในยุคสงครามเย็นระหว่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้มนุษยชาติก้าวกระโดดเข้าสู่ห้วงอวกาศได้สำเร็จ เริ่มตั้งแต่การส่งดาวเทียมขึ้นไปในชั้นบรรยากาศ ส่งมนุษย์คนแรกขึ้นไปโคจรรอบโลก จนกระทั่งยานอะพอลโล 11 ลงจอดบนดวงจันทร์และมนุษย์สามารถออกไปสำรวจพื้นผิวดาวเคราะห์ดวงอื่นได้เป็นครั้งแรก นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่ให้ชาวโลกรุ่นต่อ ๆ มาได้สานต่อความฝันในการท่องอวกาศ

ปัจจุบันเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านอวกาศได้รับความสนใจในวงกว้าง องค์กรต่าง ๆ ทั้งของรัฐและเอกชน ต่างทุ่มเททรัพยากรและสร้างความตื่นตาตื่นใจให้วงการอวกาศมากขึ้นทุกวัน เช่น ในปี 2019 ประเทศจีนได้ส่งยานสำรวจฉางเอ๋อ-4 ลงจอดบนด้านมืดของดวงจันทร์ได้สำเร็จ หรือ SpaceX ที่กลายเป็นบริษัทเอกชนแห่งแรกที่ส่งนักบินอวกาศขึ้นไปยังสถานีอวกาศนานาชาติเมื่อปี 2020 ที่ผ่านมานี่เอง ยิ่งตอกย้ำว่าอวกาศยังมีพื้นที่อีกมากมายมหาศาลรอให้เราได้ขึ้นไปสำรวจและศึกษา

ทุกวันนี้ Artificial Intelligence (AI) หรือปัญญาประดิษฐ์เริ่มเข้ามามีบทบาทในหลากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นในชีวิตประจำวัน ภาคธุรกิจ การแพทย์ การลงทุน การเกษตร หรือการขนส่ง จึงไม่แปลกที่ AI จะมีความสำคัญต่อการพัฒนาด้านอวกาศด้วยเช่นกัน ในปัจจุบันมูลค่าของ AI ที่ใช้ในการสำรวจอวกาศมีจำนวนมากถึงสองพันล้านดอลลาร์สหรัฐและยังคงเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากเทคโนโลยี AI สามารถประยุกต์ใช้กับงานด้านอวกาศได้หลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นระบบติดตามตำแหน่งอัตโนมัติ การนำทางและสร้างแผนที่ การประมวลผลภาพถ่าย และอื่น ๆ อีกมากมาย

ตัวอย่างความสำเร็จจากการใช้ AI ในวิทยาการด้านอวกาศมีดังเช่น โครงการวิเคราะห์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence Data Analysis (AIDA)) ซึ่งรวบรวมข้อมูลจาก NASA และพัฒนาระบบอัจฉริยะเพื่ออ่านและประมวลผลข้อมูลจากอวกาศ โดยมีเป้าหมายเพื่อค้นพบสิ่งใหม่ ๆ สิ่งผิดปกติ และจำแนกโครงสร้างข้อมูล หรือโครงการสำรวจดาวอังคารของ NASA ก็มีแอปพลิเคชัน AI ที่ช่วยเก็บข้อมูลและภาพให้ยานสำรวจ  

ศักยภาพของ AI ในแวดวงอวกาศยังมีอีกมาก ตัวอย่างเช่น AI ผู้ช่วยนักบินอวกาศ ใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับอันตรายต่าง ๆ และแจ้งเตือนล่วงหน้า การออกแบบและวางแผนภารกิจโดยใช้ AI การใช้ AI ประมวลผลข้อมูลดาวเทียมที่มีปริมาณมหาศาล หรือการใช้เทคนิคการสอนให้ระบบคอมพิวเตอร์เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง (Machine Learning) ออกแบบการหลีกเลี่ยงการปะทะกับขยะอวกาศ เป็นต้น

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่สนใจเรื่องการสำรวจอวกาศและอยากมีส่วนร่วมพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง การศึกษาเรียนรู้ด้าน AI อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อใช้ต่อยอดและเติมเต็มความฝันของคุณได้

คลิกที่นี่เพื่อลงทะเบียนเรียนหลักสูตร AI พร้อมรับใบประกาศนียบัตรรับรองเมื่อเรียนจบตามหลักสูตร https://learn-ai.in.th/register

Reference :